จีพีเอส ติดตาม

จีพีเอส ติดตาม

จีพีเอส ติดตาม

จีพีเอส ติดตาม คือระบบการทำงานด้วยดาวเทียมประเภทหนึ่ง ที่ใช้ในการบอกเส้นทางหรือติดตามสิ่งต่าง ๆ ตามที่เจ้าของต้องการใช้งาน อย่างไรก็ตาม การติดตั้ง GPS รถยนต์ หลายครั้งเมื่อติดตั้งแล้วก็ปรากฏว่าใช้งานไม่ได้ ตั้งค่าไปที่จุดหมายไม่ได้ มีปัญหานำทางผิดพลาด อ่านค่าแล้วงง เป็นต้น เพราะฉะนั้นในวันนี้ เรามาดูกันดีกว่าว่า ถ้าอยากติด GPS รถยนต์ ให้ใช้งานได้จริง ต้องทำอย่างไรบ้าง

เริ่มขั้นตอนการติดตั้ง
โดยทั่วไปจะมีอยู่สองอย่างที่จำเป็นในการติดตาม GPS คือ ฮาร์ดเเวร์ (ตัวอุปกรณ์ GPS) และ ซอฟแวร์ (โปรเเกรมที่ใช้ติดตามและดูตำแหน่ง) โดยเราสามารถเตรียมความพร้อมได้ดังนี้

ตรวจสอบความพร้อมของอุปกรณ์และซอฟแวร์
เริ่มจากเรื่องแรก คือระบบซอฟท์แวร์ภายในเครื่อง โดยปกติ GPS จะต้องมีซอฟท์แวร์ ที่ทำหน้าที่บันทึกและแสดงข้อมูลแผนที่อยู่ในเครื่องเสมอ แต่ก็มีบางรุ่นที่ไม่ได้ลงซอฟท์แวร์ใดๆ มาให้ ให้มาแต่เครื่องเปล่า เมื่อติดตั้งแล้วเปิดเครื่องดู หน้าจอ GPS จะแจ้งเตือนว่า ไม่พบซอฟท์แวร์ หากเป็นเช่นนี้ คุณก็จำเป็นต้องลงซอฟท์แวร์ใส่เครื่อง GPS ให้เรียบร้อย

วิธีการคือ ใช้สาย USB ต่อเครื่อง GPS เข้ากับคอมพิวเตอร์ จากนั้นไปที่เว็บไซต์ ซึ่งปกติบนเว็บจะมีซอฟท์แวร์ของผู้ให้บริการ GPS รายนั้นอัพโหลดไว้ ให้คุณดาวน์โหลดลงมา แล้วสั่งติดตั้งตามขั้นตอนปกติ

เมื่อติดตั้งเสร็จแล้ว ลองปิดเครื่องแล้วเปิดใหม่ คุณก็จะได้ GPS รถยนต์ที่พร้อมใช้งานแล้ว แต่ถึงแม้ว่าคุณจะติด GPS รถยนต์ รุ่นที่มีซอฟท์แวร์ในตัวแล้วก็ตาม แต่คุณก็จำเป็นต้องตรวจดูซอฟท์แวร์ในเครื่องก่อนว่าเป็นรุ่นอัพเดทใหม่หรือเปล่า

ใน GPS บางรุ่น เป็นของใหม่ก็จริง แต่ให้ซอฟท์แวร์ข้างในมาเป็นของเก่า ชนิดที่ว่าทางบางเส้นเลิกใช้ไปแล้ว หรือทางเส้นใหม่ที่เพิ่งตัดจึงยังไม่ปรากฏเส้นทาง หากเป็นเช่นนี้ คุณก็จำเป็นต้องทำการอัพเดทให้เรียบร้อย

ระบบจ่ายไฟเพื่อทำให้ GPS ใช้งานได้
ต่อมาคือการเชื่อมต่อกับระบบไฟฟ้าภายในรถ การติด GPS รถยนต์ ให้อุปกรณ์ชนิดนี้สามารถใช้งานได้ ไม่ใช่แค่คุณนำมาติดเฉยๆ ก็จบ แต่ต้องมีการเชื่อมต่อกับระบบไฟฟ้าภายในรถ เพื่อดึงพลังงานจากแบตเตอรี่รถยนต์ออกมาใช้งาน ซึ่งวิธีการก็ไม่ได้ยุ่งยากอะไร เพียงแค่คุณต่อสายไฟให้ถูกต้อง ให้แน่นพอ ก็ทำให้ GPS รถยนต์ที่คุณได้ติดไปสามารถใช้งานได้แล้ว

ข้อสำคัญของการติด GPS รถยนต์ก็คือ คุณต้องต่อสายไฟแต่ละจุดให้แน่น เพราะหากต่อไม่แน่น ไฟฟ้าจะไม่เข้าไปในอุปกรณ์ แล้วทำให้อุปกรณ์ GPS ไม่สามารถใช้งานได้ หรือถึงแม้จะสามารถใช้งานได้ แต่ก็จะเกิดเสียงแปลกๆ ในตัวอุปกรณ์ อันเป็นผลมาจากสายไฟที่ต่อไม่แน่นจนทำให้เกิดการอาร์คนั่นเอง และถ้าคุณยังฝืนใช้ต่อไป อาจทำให้อุปกรณ์ได้รับความเสียหาย จนไม่อาจใช้งานได้ตามปกติดังเดิมได้

เครื่องGPS (GPS Tracker)คือ อุปกรณ์ รับสัญญานดาวเทียม นำส่งข้อมูลตำเเหน่งรถไปยังระบบ Server Online เพื่อบอกตำเเหน่งรถปัจจุบัน

โปรแกรมติดตามรถ หรือ Server Online เป็นตัวกลางของระบบGPS ที่รับข้อมูลจาก เครื่อง GPS (อุปกรณ์รับ-ส่งสัญญาน) บอกตำเเหน่งพิกัดรถบนเเผนที่ในระบบ Server เเสดงข้อมูลการเดินทางของรถต่างๆ เพื่อให้ผู้ที่ใช้งานระบบสามารถดูผ่านโปรเเกรมดูออนไลน์ได้อย่างละเอียด เช่น ตำเเหน่งพิกัดปัจจุบันของรถ ความเร็วในการขับขี่ การจอด เส้นทางการวิ่งของรถ ย้อนหลัง (ฟังชั่นต่างๆขึ้นอยู่กับรุ่นของเครืองGPS)

การเลือกรุ่นGPS มีความสำคัญมาก ส่งผลต่อการดูตำแหน่งรถที่ไม่ตรงพิกัดได้

การใช้โปรแกรมติดตามรถ มีความสำคัญมาก แผนที่ในโปรเเกรมติดตามรถ ที่มีอัพเดท หรือพัฒนาให้เป็นปัจจุบัน ข้อมูลการดูตำเเหน่งจะมีความเที่ยงตรง เเละบอกสถานที่ได้อย่างชัดเจน เเต่หากเเผนที่ในโปรเเกรมไม่มีการอัพเดท ล้าหลัง จะไม่สามารถบอกสถานที่ในตำเเหน่งนั้นได้

กฎหมาย GPS เรื่องใกล้ตัว ที่ผู้ประกอบการขนส่งควรทราบ

เรื่องของ GPS เองก็มีการออกมาเป็นกฎหมายเหมือนกันเพื่อให้ทุกคนได้ปฏิบัติตามและที่สำคัญคือผู้ใช้รถใช้ถนนทุกคนจำเป็นต้องรู้จัก กฎหมาย GPS เหล่านี้เพื่อจะได้ไม่เกิดปัญหาต่าง ๆ ตามมาภายหลัง

เรื่องกฎหมายเป็นสิ่งสำคัญที่ถูกสร้างขึ้นมาให้ทุกคนปฏิบัติตาม จุดประสงค์หลักที่ทุกคนจำเป็นต้องปฏิบัติตามกฎหมายเพราะบ้านเมืองจะได้อยู่อย่างสงบสุข ไม่เกิดปัญหาต่าง ๆ ตามมา โดยเราจะเห็นว่าใครก็ตามที่ทำผิดกฎหมายจะต้องถูกลงโทษให้เป็นไปตามสิ่งที่ระบุกันเอาไว้เป็นลายลักษณ์อักษรแบบชัดเจน เรื่องของ GPS เองก็มีการออกมาเป็นกฎหมายเหมือนกันเพื่อให้ทุกคนได้ปฏิบัติตามและที่สำคัญคือผู้ใช้รถใช้ถนนทุกคนจำเป็นต้องรู้จัก กฎหมาย GPS เหล่านี้เพื่อจะได้ไม่เกิดปัญหาต่าง ๆ ตามมาภายหลัง

ตั้งมาตรฐานความปลอดภัยใหม่ด้วยระบบ GPS

ปัจจุบันกรมการขนส่งเองได้มีการยกระดับมาตรฐานเพื่อต้องการสร้างความปลอดภัยให้กับผู้ใช้รถใช้ถนนทุกคน ซึ่งการสร้างความปลอดภัยดังกล่าวนี้ได้มีการนำเอา GPS เข้าไปเกี่ยวข้องด้วยเป็นการสร้างความมั่นใจให้กับผู้ใช้รถใช้ถนนทุกคน รวมไปถึงผู้ใช้บริการขนส่งสาธารณะก็ต้องได้รับความปลอดภัยจากสิ่งนี้เช่นกัน เมื่อเป็นเช่นนี้กรมการขนส่งจึงได้มีการเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับเงื่อนไขการกระทำผิด กฎหมาย GPS แล้วระบุมาตราโทษให้เหมาะสม ซึ่งมีข้อน่าสนใจดังนี้

หากมีการขับรถด้วยอัตราความเร็วเกินกำหนดต่อเนื่องยาวนานกว่า 2 นาที จะถือว่ารถคันนั้นมีความผิดตามมาตรา 111 พรบ. กรมขนส่งทางบก พร้อมด้วยมาตรา 67 พรบ. จราจรทางบกฯ โดยมีโทษปรับสูงสุดไม่เกิน 5,000 บาท รถที่ต้องเข้าข่ายประกอบไปด้วย รถบรรทุก กำหนดความเร็วที่ 80 กม. / ชม. รถลากจูง กำหนดความเร็วที่ 60 กม. / ชม. และรถโดยสารปะจำทาง กำหนดความเร็วที่ 80 กม. / ชม.

หากมีการขับรถเกินระยะเวลากำหนดในรอบ 24 ชม. gps tracking คือ โดยการกำหนดขับดังกล่าวนั้นต้องขับได้ติดต่อกันไม่เกินครั้ง 4 ชม. มีการหยุดพักขั้นต่ำ 30 นาที แล้วจึงสามารถขับรถต่อไปได้อีก 4 ชม. หากการหยุดพักไม่ถึง 30 นาที

จะไม่ถือว่าเป็นการหยุดพักและเมื่อไหร่ก็ตามที่ขับเกินจากกฎหมายกำหนดจะมีความผิดตามมาตรา 117 พรบ. กรมขนส่งทางบก โดยมีโทษปรับไม่เกิน 5,000 บาท หรืออาจจะมีการสั่งพักใบอนุญาตได้เกินจำนวน 180 วัน

หากมีการขับรถโดยไม่ได้แสดงตัวผู้ขับ หรือมีการใช้งานใบอนุญาตรถผิดประเภท มีการฝ่าฝืน ไม่ยอมปฏิบัติตามกฎหมาย จะมีความผิดตามมาตรา 109 กรณีตัวพนักงานขับรถ หากไม่มีการแสดงตัวตน ผู้ตรวจการก็มีอำนาจในการสั่งเพื่อให้มารายงานตัว หรือบางรายอาจทำการพักใบอนุญาตไม่เกิน 180 วัน กับอีกกรณีคือผู้ได้รับใบอนุญาตในการขับรถ

แต่ได้ทำการปฏิบัติหน้าที่ดังกล่าวระหว่างที่ยังโดนทำการยึดใบอนุญาตขับรถ หากว่ากันตามกฎหมายจราจรทางบกมีการระวางโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี ปรับไม่เกิน 40,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับขึ้นอยู่กับเรื่องของเงื่อนไขในการกระทำผิดนั้น ๆ ในส่วนของผู้ประกอบการขนส่งหากไม่ยอมปฏิบัติตามเงื่อนไขประกอบการขนส่ง มีโทษในการปรับสูงสุดถึง 50,000 บาท

กรณีมีการปลดหรือถอดตัวเครื่องบันทึกข้อมูลการเดินทางของรถออกไป ต้องถือว่าเครื่องบันทึกข้อมูลการเดินทางของรถนั้นเป็นอุปกรณ์ส่วนหนึ่งของรถที่จำเป็นต้องมีและจำเป็นต้องใช้ กรณีพบว่ามีการถอดเครื่องดังกล่าวออกไปจริง ถ้าเป็นตอนตรวจสภาพรถประจำปีจะถือว่าไม่ให้ผ่านการตรวจสภาพรถ แต่ถ้าหากตรวจพบเจอระหว่างขับไปบนท้องถนนจะมีความผิดตามมาตรา 148 โดยมีโทษในการปรับสูงสุดไม่เกิน 50,000 บาท

นี่ถือเป็น กฎหมาย GPS เบื้องต้นที่คนใช้รถเหล่านี้ทุกคนจำเป็นต้องรู้ หัวใจสำคัญที่ต้องมีกฎหมายดังกล่าวขึ้นมาก็อย่างที่บอกไปคือเป็นการเน้นคามปลอดภัยในเรื่องของการขับขี่ ความปลอดภัยที่ว่าไม่ใช่ความปลอดภัยของรถคันดังกล่าวเพียงคันเดียวแต่ยังต้องรวมถึงความปลอดภัยของผู้ใช้รถใช้ถนนร่วมกันด้วย อย่าลืมว่าความประมาทคือหนทางที่นำไปสู่หายนะได้เสมอ และอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นบนท้องถนนจำนวนมาสาเหตุหลักมาจากเรื่องความประมาทโยที่ตั้งใจหรือไม่ตั้งใจก็ตาม คนขับหลายคนที่มีความคิดว่าทำไมต้องติด GPS อะไรให้มันวุ่นวาย ต้องทำความเข้าใจในเรื่องนี้คือมันเป็นกฎหมายที่ทุกคนต้องถูกบังคับใช้เหมือนกันหมด เปรียบไปแล้วก็เหมือนกฎหมายที่เราใช้งานกันอยู่ทุกวันนี้เพียงแต่นี่ถูกระบุไว้สำหรับคนที่มีส่วนเกี่ยวข้องในเรืองการขับรถต่าง ๆ เท่านั้น

การมีกฎหมายต่าง ๆ ออกมารองรับเกี่ยวกับเรื่องของการขับรถยนต์โดยเฉพาะบรรดารถบรรทุก รถลากจูง และรถโดยสารประจำทางส่วนหนึ่งเพื่อต้องการให้ผู้ขับขี่ทุกท่านปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัดอีกนัยหนึ่งก็คือเหมือนเป็นการปรามเอาไว้ก่อนเพราะไม่อยากให้เกิดความเศร้าสลดเกี่ยวกับอุบัติเหตุไม่ว่าจะด้วยเรื่องใดก็ตาม การใช้รถใช้ถนนอย่าคำนึงถึงความสะดวกสบายของตนเองเป็นหลักแต่ควรนึกถึงผู้อื่นที่ใช้ถนนร่วมกับเราด้วย

บอกเลยว่า กฎหมาย GPS ที่ระบุเอาไว้ทั้งหมดนี้หากพบเจอว่ารถคันไหนไม่ปฏิบัติตามมีการจับปรับของจริงไม่มีเว้นแม้แต่คันเดียว จะต่อรองอย่างไรก็ไม่เป็นผลเพราะได้มีกฎหมายเป็นลายลักษณ์อักษรออกมายืนยันเรื่องกฎหมายดังกล่าว มันคือเรื่องดีที่จะช่วยลดอุบัติเหตุในบ้านเราให้น้อยลง ช่วยสร้างถนนที่ปลอดภัยจากการขับขี่ หรือถ้าหากมันเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันขึ้นจริงอย่างน้อยเราจะได้มีวิธีในการติดตามรถที่สร้างปัญหาแล้วยังไม่รู้ว่าตอนนี้อยู่ไหน

สนใจ เเอดไลน์ LINE : @GeniusGPS

กลับหน้าหลัก

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *