gps tracker lazada

gps tracker lazada

gps tracker lazada ข้อแรกอาจต้องมาดูนิยามกันก่อนว่า GPS เป็นอย่างไร GPS นั้น เป็นคำย่อของคำว่า Global Positioning System เป็นระบบนำทาง ที่อาศัยการระบุพิกัดตำแหน่งต่างๆที่อยู่บนโลกจากสัญญาณดาวเทียม ซึ่งเป็นส่วนใดส่วนหนึ่งของการใช้คุณประโยชน์จากระบบ Global Navigation Satellite System หรือดาวเทียมตรวจซึ่งโคจรอยู่รอบโลกเป็นผลพวงจากวิวัฒนาการทางเทคโนโลยีล้ำสมัยนั่นเอง GPS เกิดขึ้นได้อย่างไรในเรื่องของประวัติจุดเริ่มต้นของ GPS นั้น เริ่มต้นอย่างบังเอิญ เมื่อนักวิทยาศาสตร์ชาวอเมริกาได้ติดตามลักษณะการทำงานของดาวเทียมสปุตนิก ดาวเทียมเชื้อชาติรัสเซีย ในปี ค.ศ. 1957 แล้วพบว่า มีการสะท้อนกลับของคลื่นไมโครเวฟ ระหว่างดาวเทียมและพื้นผิวโลก ซึ่งทำให้สามารถระบุตำแหน่งของดาวเทียมบนอวกาศได้เมื่อทราบตำแหน่งบนพื้นโลก ในทางตรงกันข้าม ย่อมทราบตำแหน่งต่างๆบนพื้นแผ่นดินได้เมื่อมีการโคจรผ่านตำแหน่งนั้นๆจากจุดนี้ ทำให้นักวิทยาศาสตร์นำความรู้ดังที่กล่าวผ่านมาแล้วมาปรับปรุงต่อ จนได้เป็นระบบนำทาง และเรียกชื่อย่อว่า GPS ในหนแรกมีการนำไปทดลองใช้เพื่อการนำทางเรือรบของกองทัพเรืออเมริกา เมื่อสำเร็จและพัฒนาเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ก็เลยประยุกต์ใช้ทั่วๆไปอย่างมากมายเยอะขึ้นเรื่อยๆ จนถึงในช่วงเวลานี้ที่ประยุกต์ใช้กับการเดินทางโดยรถยนต์

gps tracker lazada

ดร.ธนิต โสรัตน์ รองประธานที่ประชุมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าว “การจัดการกับปัญหาเศรษฐกิจของภาครัฐยังไม่ตรงจุดนัก เนื่องจากว่ามาตรการจำนวนมากให้ความสำคัญกับการช่วยเหลือเกื้อกูลแรงงานที่ว่างงานแล้ว ถือเป็นการแก้ปัญหาที่ปลายเหตุ แต่มีความเห็นว่ารัฐบาลควรหาทางไม่ให้แรงงานถูกไล่ออกจากงานก็เลยจะสามารถแก้ปัญหาได้ถูกจุดและก็ยืนยงกว่า” ดร.ธนิต ย้ำ ”

บัดนี้จำนวนการส่งออกลดน้อยลงอย่างยิ่ง ตลาดเป็นของคนซื้อบริการ วันนี้ธุรกิจโลจิสติกส์โดยมากขาดทุน ดังนั้นทุกคนต้องมานะพยุงธุรกิจให้พ้นเดี๋ยวนี้ไปให้ได้ จำต้องพากเพียรให้ขาดทุนต่ำที่สุด ทุกบริษัทจะต้องมานะหายุทธแนวทางให้รักษาฐานลูกค้าให้ได้ ซึ่งเหตุการณ์นี้จำต้องยอมรับว่าบางทีอาจควรจะมีบางบริษัทที่ไม่สามารถที่จะอยู่รอดได้ ซึ่งผู้ที่สามารถอยู่รอดได้ในสภาวการณ์แบบนี้คือคนที่แข็งแรงที่สุด

แต่ว่าหากเหตุยังไม่ดีขึ้นมั่นใจว่าควรจะมีอีกหลายบริษัทที่ตายไปอย่างแน่นอน” คุณสุวิทย์ รัตนจินดา ประธานสมาพันธ์ผู้ให้บริการโลจิสติกส์ไทย และก็ในฐานะนายกสโมสรผู้รับจัดแจงขนส่งสินค้าระหว่างชาติ กล่าว จากการสนทนาระดมความคิดเห็นผู้ประกอบการโลจิสติกส์ได้ข้อสรุปร่วมกันที่จะเสนอ 6 หนทาง เพื่อภาครัฐช่วยเหลือผู้ประกอบการโลจิสติกส์ที่ได้รับผลพวงวิกฤติเศรษฐกิจ ยกตัวอย่างเช่น ให้รัฐบาลจัดตั้งกองทุนช่วยเหลือผู้ประกอบกิจการโลจิสติกส์ในวงเงิน

20,000 ล้านบาทขอให้ออกมาตรการทุ่นค่าใช้จ่ายที่เป็นภาระเอกชน ตัวอย่างเช่น ลดค่าภาระหน้าที่ท่าเรือ ท่าอากาศยาน ค่าธรรม ค่าล่วงเวลา ฯลฯ ขอให้ลดค่าใช้จ่ายในการเช่าสถานประกอบการในพื้นที่ปลอดอากรของท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ปรับลดค่าสัมปทานสถานีขนส่งสินค้าไอซีดีลาดกระบัง เสนอให้ภาครัฐมีมาตรการให้สถาบันการเงินปล่อยกู้ในอัตราดอกเบี้ยต่ำ

ให้ผู้ประกอบการโลจิสติกส์ และก็ให้ภาครัฐจัดสรรงบประมาณช่วยเหลือผู้ตกงานจากภาคขนส่ง-โลจิสติกส์ทั้งนี้ ผลกระทบด้านเศรษฐกิจที่ส่งผลต่อผู้ประกอบกิจการในภาคโลจิสติกส์ส่งผลให้ภาคการส่งขนส่งทางทะเลระหว่างชาติ ปัจจุบันนี้จำนวนการขนส่งผ่านทางท่าเรือแหลมฉบังที่เป็นสินค้าส่งออกในม.ค. 2552 ลดลง 29.3% และก.พ. น้อยลง 20% สินค้านำเข้าน้อยลง 33.4%

และ 41.2% ตามลำดับ โดยมีแรงงานที่อยู่ในภาคนี้ 50,000 คน ไม่รวมแรงงานสถานที่สำหรับทำงานอยู่ในท่าเรือแหลมฉบัง รวมทั้งท่าเรือกรุงเทวดารวมทั้งท่าเรืออื่นๆ(จำนวนของท่าเรือแหลมฉบังในช่วง 3 เดือนที่ผ่านมามีสินค้าลดลงราวๆ 200,000 TEU หรือลดลงร้อยละ 12 และท่าเรือคลองเตยตู้สินค้าลดลง 20%) ทางสโมสรเจ้าของเรือระหว่างประเทศ ได้แจ้งว่าผลของเศรษฐกิจถดถอยมีผลต่อการลดจำนวนผลิตภัณฑ์ปริมาณร้อยละ 30-40

มีสายการเดินเรือหยุดให้บริการอย่างต่ำ 3 ราย มีเรือผลิตภัณฑ์ปริมาณราว 300-400 ลำ จอดลอยลำที่ประเทศสิงคโปร์ และก็ต้องนำตู้คอนเทนเนอร์เปล่าไปฝากไว้ที่ท่าเรือแหลมฉบังเยอะมาก บางทีอาจมีผลต่อการเลิกจ้างแรงงาน 10-15% (ให้ข้อมูลโดย : ชมรมคนรับจัดแจงขนส่งสินค้าระหว่างชาติ (TIFFA) สัมพันธ์ผู้ครอบครองและก็ตัวแทนเรือกรุงเทวดา (BSAA) การท่าเรือแหลมฉบัง และการท่าเรือจังหวัดกรุงเทพ)

โดยภาคการขนส่งทางอากาศระหว่างชาตินั้น ม.ค. จำนวนการส่งออกทางอากาศน้อยลง 29.19% แล้วก็เดือนกุมภาพันธ์ ลดลง 20.16% โดยการนำเข้าลดลง 36.5% แล้วก็ก.พ. 33.93% ตามลำดับ โดยมีแรงงานอยู่ในภาคนี้ 30,000 คน ไม่รวมแรงงานที่อยู่ในท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ โดยตอนนี้ “Cargoes” เป็นรายได้ของธุรกิจการบินโดยประมาณ ปริมาณร้อยละ 50

ซึ่งการที่จำนวนสินค้าขนส่งทางอากาศน้อยลงส่งผลต่อธุรกิจต่อเนื่อง เป็นต้นว่า คลังเก็บสินค้าการบินไทย ซึ่งปริมาณงาน 2 เดือนแรกของปีนี้ลดลงราว 40% (ให้ข้อมูลโดย: ชมรมผู้แทนขนส่งสินค้าทางอากาศไทย (TAFA) บริษัท สนามบินไทย จำกัด (มหาชน) รวมทั้ง (คลังที่เอาไว้สำหรับเก็บสินค้าการบินไทย) ในส่วนของภาคการขนส่งทางบกนั้น พบว่า ม.ค. 2552 ปริมาณการขนส่งในประเทศ

สำหรับสินค้าส่งออก มกราคม 2552 ลดน้อยลง 30.3% รวมทั้งในก.พ.น้อยลง 29.6% สำหรับของนำเข้าม.ค.ต่ำลง 40.2% ก.พ. ลดน้อยลง 44.5% นอกจากนี้ การขนส่งที่ให้บริการภายในประเทศ ม.ค. น้อยลง 26.5% และก็กุมภาพันธ์ น้อยลง 25.5% โดยมีแรงงานที่เป็นพนักงานขับรถอยู่ในภาคนี้ 740,000 คน โดยตัวเลขนี้ไม่รวมแรงงานติดรถรวมทั้งแรงงานถ่ายขึ้น-ลง จากรถยนต์

ซึ่งคาดว่าจะมีแรงงาน รวมอยู่ในภาคขนส่งปริมาณ 1.5-2.0 ล้านคน ผลของเศรษฐกิจตกต่ำทำให้ปัจจุบันนี้ปริมาณรถบรรทุกที่หยุดวิ่งแล้วประมาณ 200,000 – 250,000 คันสำหรับภาคธุรกิจให้บริการออกของ-ชิปปิ้ง ซึ่งเป็นธุรกิจที่ให้บริการในการนำผลิตภัณฑ์ผ่านพิธีการศุลกากรเข้าแล้วก็ออก แล้วก็ให้บริการสำหรับการจัดการผลิตภัณฑ์จากท่าเรือ-ท่าอากาศยาน และก็ด่านชายแดน

ซึ่งในม.ค.-เดือนกุมภาพันธ์ จำนวนใบขนสินค้านำเข้าและส่งออก ลดลง 35.5% ถึง 40% ซึ่งสอดคล้องกับปริมาณภาคการขนส่งที่ลดน้อยลง และสอดคล้องกับจำนวนรายได้จากการจัดเก็บภาษีของศุลกากรที่ติดลบ 13.5% รวมทั้งภาษีสรรพสามิตลดลง 21.9% โดยมีปริมาณแรงงานของภาคนี้ราว 50,000-60,000 คน ไม่รวมแรงงานถ่ายย้ายสินค้า อีกทั้งในรับภาระหนี้สิน ท่าเรือ

แล้วก็สนามบิน (ให้ข้อมูลโดย :ชมรมผู้แทนออกของรับอนุญาตไทย และก็สโมสรชิปปิ้งแห่งเมืองไทย) นอกเหนือจากผู้ประกอบธุรกิจเอกชนจำเป็นจะต้องรีบปรับปรุงองค์กร ปรับอุบายให้มีความแข็งแกร่งเพื่อล่วงเลยวิกฤติครั้งนี้ไปให้ได้แล้ว ภาครัฐเองถือว่าเป็นอีกผู้หนึ่งที่มีหน้าที่สำคัญที่สามารถจะช่วยส่งเสริมผลักดัน ให้ธุรกิจโลจิสติกส์สามารถอยู่รอดได้

แผนยุทธศาสตร์ปรับปรุงระบบโลจิสติกส์

วัตถุประสงค์ของแนวทางการทำแผนยุทธศาสตร์พัฒนาองค์กร (Objective & Goal) เพื่อการปรับปรุงและก็พัฒนาระบบการจัดการเพื่อทำให้มีประสิทธิภาพเพิ่มมากขึ้น (Efficiency) รวมทั้งเพิ่มความสามารถสำหรับเพื่อการแข่งขันของอุตสาหกรรมสำหรับการตอบรับต่อสภาพอันท้าที่มาจากด้านนอก แผนยุทธศาสตร์พัฒนาโลจิสติกส์ไม่อาจอยู่ด้วยตัวเองโดยลำพังหรือเป็นขั้นตอนการแบบโดดๆที่ไม่พึ่งกรรมวิธีใดมาเชื่อม

แม้กระนั้นจำเป็นจะต้องมาจากความร่วมมือพร้อมใจของพนักงานทุกระดับ ซึ่งวิธีการวางแผนยุทธศาสตร์พัฒนาจะต้องกำหนดเป้าหมาย (Goal) ซึ่งจะเป็นแนวทางให้พนักงานทั้งองค์กรเข้าใจในเรื่องเป้าหมายรวมทั้งความมุ่งมั่นตั้งใจขององค์กรที่อยากได้ที่จะปรับปรุงระบบโลจิสติกส์เพื่ออะไร,

เพราะอะไรจำต้องทำ, ไม่ทำแล้วจะเกิดอะไรขึ้นกับองค์กรและก็พนักงานโดยการกำหนดวัตถุประสงค์ควรต้องแจ่มกระจ่างสื่อสารกับผู้ปฏิบัติหน้าที่ให้รู้เรื่องว่าเพราะเหตุใดถึงจำเป็นต้องสนับสนุนต่อวัตถุประสงค์ขององค์กร และก็ควรเกื้อหนุนยังไง ซึ่งจุดหมายควรจะกำหนดมาจากข้อตกลงด้านนอกซึ่งได้มีการทำการวิเคราะห์จุดเด่น ข้อบกพร่องของหน่วยงาน (SWOT Analysis)

โดยบางทีก็อาจจะผ่านวิธีการจัดทำระบบแข่งขันดีหรือ Benchmarking เมื่อกำหนดเป้าหมายอย่างชัดเจนแล้วก็ถึงกับขนาดตอนของการกำหนดแผนปฎิบัติการ (Mission Plan) คือ กิจกรรมซึ่งเป็นภารกิจของธุรกิจที่จะต้องทำงานไปในทิศทางที่ได้กำหนดตามเป้าหมายของหน่วยงาน (Goal) โดยเน้นระบบการกระทำที่ยอดเยี่ยม (Best Practice) รวมทั้งมีการจัดแจงในการดึงดูดใจ (Motivative)

บุคลากรให้มีความต้องการที่จะทำให้ภารกิจนั้นบรรลุให้ได้ตามแผนและก็วัตถุประสงค์ (Goal) ซึ่งแผนปฏิบัติการจึงควรผสานกับแผนยุทธศาสตร์ gps ติดตามรถ ซึ่งจะเป็นการสร้างและก็ย้ำการเปลี่ยนระบบ Logistics ให้เปลี่ยนเป็น Just in Time Value ทั้งหน่วยงาน รวมทั้งสนองตอบการผลิตและก็ส่งคุณประโยชน์ (Value) ให้กับลูกค้า ภารกิจที่ครอบคลุมองค์กร จะเป็นพลังขับที่ก่อให้เกิดความต่อเนื่องในกิจกรรม

การจัดทำแผนที่มีความสำคัญในการรบ (Strategic Plan) การเลือกเฟ้นกิจกรรมมาสร้างเป็นจุดแข็งให้องค์กรมีความเหนือกว่า (Strength) โดยนำการวิวัฒนาการจัดการโลจิสติกส์มาดำเนินในเชิงปฏิบัติอย่างเป็นระบบ ระบุรายละเอียดของแผนที่มีความสำคัญในการรบจำต้องสอดคล้องกับจุดมุ่งหมายการสร้างความแตกต่าง (Differentiate) และเพิ่มระดับความสามารถในการแข่งขันอย่างเห็นได้ชัด

พร้อมกันไปกับดรรชนีชี้วัด KPI เพื่อให้สามารถนำไปพัฒนาองค์กรไปสู่การผลิตค่า (Value) ให้กับผลิตภัณฑ์-บริการได้ดียิ่งไปกว่าคู่ต่อสู้ความสำคัญของการพัฒนาแผนที่ยุทธศาสตร์(Strategic Map)เป็นกรอบหรือทางสนองตอบต่อแนวทางการพัฒนาขององค์กร ให้มีการติดต่อสื่อสารที่ดีไปยังพนักงานในทุกระดับชั้นขององค์กร เพื่อนำไปปฏิบัติ และก็ดำเนินงานให้เสร็จจึงควรผ่านกระบวนการด้านใน

สำหรับเพื่อการเสริมสร้างองค์วิชาความรู้รวมทั้งเพิ่มความถนัดของพนักงาน (Skill Building) โดยการศึกษารวมทั้งการฝึกอบรม (Learning & Training) รวมถึงกระบวนการถ่ายทอดความรู้ระหว่างกันในองค์กร (Knowledge Transfer) และก็การมี Team Work การมุ่งมั่นของผู้บริหารระดับสูง จนกระทั่ง บุคลากรระดับล่าง ซึ่งจึงควรเข้ามาอยู่ในห่วงโซ่ที่คุณค่า (Value Chain)

เพื่อการร่วมกันทำแผนในการแก้ไขแล้วก็แก้ไขการทำงาน ทรงลักษณะเด่นลบข้อบกพร่อง ด้วยการนำระบบการจัดการ มาใช้ในองค์กร เพื่อให้ธุรกิจมีสมรรถนะและก็มีความทนทานตลอดไป แผนที่มีความสำคัญในการรบพัฒนาโลจิสติกส์ในองค์กรส่งผลให้เกิดมูลค่าเพิ่มในสินค้าและบริการ Value Added (Goal of value added building) โดยจะมีต้นเหตุที่ความเป็นดีเลิศ

  • Real Perfect เน้นความสมบูรณ์แบบยอดเยี่ยมเพื่อเกิดการสนองตอบที่ดีต่อลูกค้า (ECR)
  • Non Defect Systematic กำจัดความผิดพลาดอย่างมีระบบ เพื่อเกิด Best Practice Organization
  • Value Chain สร้างโซ่ที่คุณประโยชน์ เพื่อกำเนิด Customer Loyalty
  • Differentiate สร้างความแตกต่างที่ลอกเลียนแบบได้ยาก เพื่อความเป็นต่อทางการแข่งขัน (Competitiveness)
  • Surplus Utility ทำให้ประโยชน์ส่วนเกิน เพื่อองค์กรเพิ่มระดับความสามารถอย่างยั่งยืน (Sustainable Business)

กลับสู่หน้าหลัก