อยากเป็นเจ้าของแบรนด์ครีม ทําไง

อยากเป็นเจ้าของแบรนด์ครีม ทําไง เรียกได้ว่าในปี2020นี้ หันซ้าย แลขวา ใครๆเขาก็มาทำแบรนด์ครีม เป็นเจ้าของแบรนด์เครื่องสำอางกันทั้งนั้น หน้าเด้งหน้าใสเต็มหน้าฟีด หน้า Time line ไปหมดเลย ยิ่งในตอนนี้นะคะ ใครๆก็เป็นเจ้าของแบรนด์ครีมได้ จำต้องบอกว่าง่าย และง่ายดายยิ่งกว่าคราวก่อนมากมายค่ะ วันนี้เลยต้องการจะขอมาร่วมแบ่งปันกับคนที่ปรารถนาเป็น “เถ้าแก่ใหม่” หรือ “เถ้าแก่เนี๊ยะ” ในสายความงาม ว่าแม้จะเข้าตลาดนี้จำต้องเตรียมอะไรกันบ้าง แล้วก็เราจะผลิตครีมไหนดี

ศึกษาตลาด ลองเป็นตัวแทนคนอื่นก่อนดีไหม

หากยังไม่เคยใช้ก็อย่าพึ่งขาย ถ้ายังไม่เคยลองขาย ก็อย่างพึ่งคิดสร้างแบรนด์ แนะนำว่าจริงๆแล้วเราจำเป็นที่จะทำความเข้าใจพฤติกรรมหรือแบบอย่างตลาดของธุรกิจนี้ให้เคยชินสักระยะนะ บางทีอาจจะทดลองเริ่มจากการลองใช้สินค้าสักแบรนด์ แล้วก็ขอเป็นตัวแทนสินค้าในกรุ๊ปที่มิได้เป็นกระแสอะไรมากไม่น้อยเลยทีเดียว ไม่มีชื่อเสียงมากเท่าไรนักดูก่อน อาจจะใช้เวลาสักครึ่งปีหรือหนึ่งปี ถ้าเกิดพวกเราเป็นผู้แทนแล้วสามารถช่วยดันครีมตัวนี้เป็นที่รู้จักขึ้นได้

มันก็อย่างกับว่าเราได้ทดลองทำการตลาดด้วยทุนที่เราไม่ต้องลงทุนมากเกินไปไงค่ะ ทำได้พวกเราก็มีฐานลูกค้าระดับหนึ่ง ถึงขณะนั้นค่อยคิดกันอีกครั้งว่าควรทำแบรนด์ครีมของตนเองดีหรือไม่นะ หากทำก็อย่างต่ำเรามีฐานลูกค้ายังไง แต่ว่าถ้าหากเราเป็นตัวแทนแล้วขายสินค้าไม่ได้ ขายไม่ดี ก็นั่นไง ถ้าเป็นผลิตภัณฑ์พวกเราหละ !!! พวกเราไม่ต้องเสียค่าทำแบรนด์ครีมไปเป็นหมื่นเป็นแสนยังไง ดีมากกว่าไหมละ

เราจะขายสินค้านี้ให้ผู้ใดกันแน่?

ปัญหานี้ง่ายอย่างยิ่ง ถามเด็กอนุบาลก็ตอบได้คะ จะทำแบรนด์ครีมลูกค้าก็จะต้องเป็นเพศหญิงสิ !!! ใช่ค่ะคำถามนี้ง่ายแม้กระนั้นถ้าเกิดตอบแบบเด็กอนุบาลกล้วยๆก็มีโอกาสเสี่ยงสูงที่เริ่มด้วยคำว่า “เจ๊ง” เป็นแน่แท้คะไม่ง่ายนะคะ !!! กับคำว่าลูกค้าเป็นผู้ใดเนี้ย อยากเป็นเจ้าของแบรนด์ครีม ทําไง คิดน้อยไปก็ไม่ดีนะคะ จำต้องกล่าวว่าคำว่าเพียงแค่ “สตรี” มันไม่เพียงพอคะ ต้องทำให้เห็นชัดกว่านั้น เพศหญิงคนนั้นเป็นผู้ใดกันแน่ อายุเท่าไร การศึกษาคืออะไร รายได้เยอะแค่ไหน ทำมาหากินอะไร

บ้านห้องหอพักอยู่ที่ไหน ภาระการคลังเป็นอย่างไร คุณชอบการแต่งตัวแบบไหน หรือเป็นแฟนคลับนักแสดงใคร เธอใช้เวลาว่างทำอะไร ไปไหน ไปกับผู้ใดกัน แล้วในตอนที่เธอจะซื้อครีมนี่คุณมีเหตุอะไรบ้างที่จะเลย อื่นๆอีกมากมาย เยอะไหมหละ ยากไหมหละ นั่นแหละ มันถึงไม่ค่อยมีคนไหนทำกันอย่างเอาจริงเอาจังไง ก็ทำกันเพียงว่า ลูกค้าฉันมีปัญหาสิว มีปัญหาฝ้า อยากได้หน้าใส บลาๆเป็นการเข้าข้างตัวเองเสียส่วนมากว่ารู้จักลูกค้าจริงๆพอสินค้าออกมาขายกลับกลายเป็นว่าสิ่งที่พวกเราคิดว่า “ลูกค้าเราเป็นคนใด” นั้นมันไม่ได้เป็นอย่างที่เราคิดไว้ไงค่ะ และก็มันก็ขายไม่ออก จบกันไปตามกฎระเบียบนะคะ

สินค้าต้องแตกต่างกัน สดใหม่

มีนวัตกรรมเป็นความยากอีกขั้นหากจะสร้างความไม่เหมือนทางด้านผลิตภัณฑ์ ทั้งยังในเรื่องของ เนื้อครีม ประสิทธิภาพของครีม แล้วก็ที่ห้ามให้ขาดเลยเด็ดขาดเลยคือ แพคเกจจิ้ง หากเราไม่ได้ให้ความเอาใจใส่กับตรงนี้ การที่จะเอาชนะตลาดก็ยิ่งจาก จะก่อให้คนหันมาดูก็ยิ่งยากเข้าไปกันใหญ่นะคะ บางทีก็อาจจะต้องทดลองเริ่มจากหางานวิจัยอะไรใหม่ๆหรือนวัตกรรมการผลิตซึ่งสามารถดึงสารสกัดเข้าสู่ผิวได้เร็ว ได้ไว ได้คุณภาพเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ก็เป็นอีกหนึ่งวิถีทางที่จะสร้างความแตกต่าง ส่วนประกอบ สารสกัดจากต่างแดนที่ยังไม่เคยมีคนไหนกันแน่ทำ ก็เป็นอีกอย่างที่ควรจะเสาะแสวงหา หรือหาโรงงานผลิตที่มีนวัตกรรมใหม่ๆแล้วก็มีกลุ่มจิจัยและปรับปรุงสูตรครีมมือโปร เพื่อให้ได้ผลิตภัณฑ์ที่มีความไม่เหมือนอย่างมีคุณภาพ

จัดเตรียมเงินเพื่อจัดเตรียมทำการตลาดหัวข้อนี้สำคัญมาก

สำคัญที่สุด เพราะเหตุว่าส่วนมากแล้วมือใหม่ทำแบรนด์ครีมที่ไม่สามารถที่จะไปต่อได้ก็เพราะเหตุว่าเมื่อได้ตัวผลิตภัณฑ์มารวมทั้ง “หมดเงิน” หนูมีทุนน้อย ทำได้เพียงแค่ตัวผลิตภัณฑ์ แต่ว่ามีปัญหาไม่มีงบประมาณที่จะทำการตลาดเพื่อคนรู้จัก ได้เห็น ได้ลองใช้ ให้เขาได้มีโอกาสติดใจ รวมทั้งซื้อใช้สินค้าพวกเรา 90 กว่าเปอร์เซ็นต์เป็นแบบงี้จริงๆขา มีเงินซื้อมอเตอร์ไซต์ แม้กระนั้นขาดเงินเติมน้ำมันรถ ครั้นจะเข็นไปก็เข็นไม่ไหว

สุดท้ายก็ต้องหยุดมอเตอร์ไซส์ทิ้งเอาไว้ และกล่าวว่าไอ้รถคันนี้มันไม่ดีใช้งานมิได้ ไม่น่าซื้อมาเลย จะต้องจัดเตรียมนะคะ เรียกง่ายว่าจัดแจงเงินหมุนไว้ก็ได้คะ ถามคำถามว่ามากแค่ไหนดี ตอบยากนะแล้วแต่ขนาดธุรกิจ แล้วก็แผนการที่พวกเราจะไปด้วย แม้พวกเราลงทุนตัวผลิตภัณฑ์สัก 5 หมื่น ก็ควรมีเงินประเด็นการตลาดสักแสน คนใดมีความสามารถมีแนวทางแนวทางการทำการตลาดที่ดีมากยิ่งกว่าก็มีโอกาสไปถึงเส้นชัย ส่วนคนที่ทุนน้อยด้วย ทำการตลาดไม่เป็นอีก ยังไม่ต้องหมดกำลังใจหรือหมดกำลังใจนะค่ะ

คุณหมอยูมิสรุปให้เราฟังว่า

ขั้นตอนสำคัญในการผลิตครีมบำรุงผิว มีหัวใจหลักๆ อยู่คือ สูตรที่ใช้ในการผลิต, Active Ingredient ที่ใส่ในครีม เครื่องสำอาง, Sterile Technique การบรรจุปลอดเชื้อ, สารต้องห้าม สารอันตรายต้องรู้, กฎหมาย เลขทะเบียน ใบรับรอง อย.เครื่องสำอาง จากกระทรวงสาธารณสุข หลักๆ เหล่านี้คือสิ่งที่ผู้ประกอบธุรกิจ ครีมบำรุงผิว เครื่องสำอางต้องรู้ สรุปว่ากว่าจะได้ครีมบำรุงผิว เครื่องสำอางสักชิ้น บริษัทต้องมีขั้นตอนต่างๆ ประมาณ 9 ขั้นในการเริ่มผลิตเครื่องสำอางดังต่อไปนี้ค่ะ

1.วางแผนระบบงานทั้งหมด

วัตถุประสงค์เป็น เพื่อเป็นการเรียบเรียงการจัดการภายในให้กำเนิดความสามารถสูงสุด แผนก Research & Development (R&D) เป็นแผนกที่บริษัทผลิตเครื่องแต่งหน้าจะต้องมีเพิ่มแตกต่างจากบริษัทอื่นๆสำหรับสาวๆที่อยากเป็นขี้เถ้าแก่เอง บางทีอาจสงสัยว่า พวกเราจำเป็นต้องหรือไม่ที่จะจะต้องปฏิบัติงานจัดแจงทุกสิ่งทุกอย่างเองหมด ถ้าหากมีงบลงทุนน้อย ดังเช่น ไม่มีงบสำหรับในการซื้อเครื่องมือในการผลิตแล้วก็วิจัย ไม่มีรถยนต์

แรงงานด้านระบบคมนาคมรวมทั้งกระจัดกระจายผลิตภัณฑ์ จะขจัดปัญหานี้ยังไง ไม่จำเป็นที่จะต้องมาวิตกกังวลจ้ะ สิ่งต่างๆเหล่านี้ คุณสามารถ “ว่าจ้าง” โรงงานรับผลิตครีม รวมทั้งเครื่องแต่งตัว ทำแทนได้ทั้งหมด ไม่ว่าจะในส่วนของการสร้าง การศึกษาทำการค้นคว้าและทำการวิจัย ควบคุมประสิทธิภาพ หรือระบบการขนส่งกระจายสินค้า เราสามารถจ้างให้โรงงานรับผลิตครีม หรือบริษัทรับผลิตครีมทำแทนได้หมด โดยการทำในชื่อ Brand ของเราเองจ้ะ

2.ระบุขอบเขตธุรกิจ

ข้อนี้อาจจะไม่ได้มีความแตกต่างจากธุรกิจทั่วๆไปสักเท่าไรจ้ะ เราควรต้องระบุ Scope ว่าธุรกิจของเรา จะมีสินค้าอะไรบ้าง และก็มียี่ห้ออะไรบ้าง มีบริษัทแม่สิ่งเดียว จะต้องมีบริษัทลูกไหม กลุ่มเป้าหมายของลูกค้าเป็นกลุ่มไหน จะผลิตเองอย่างเดียว หรือนำเข้าเครื่องสำอาง จากต่างประเทศด้วย เพื่อเพิ่มจังหวะทางธุรกิจ

3.วางแผนกลุ่มผลิตภัณฑ์ที่ต้องการผลิตต่อไปพวกเราจะต้องระบุว่าเราจะผลิตอะไร

เป็นเวชสำอาง สินค้าสำหรับดูแลผิวพรรณกลุ่มไหนหรือเครื่องแต่งตัว make up โดยทั่วไปพวกเราจะแบ่งผลิตภัณฑ์ออกเป็นกรุ๊ปต่างๆดังต่อไปนี้

1.ผลิตภัณฑ์ประเภทโลชั่นบำรุงผิว เจล เซรั่ม รวมทั้งของเหลว ที่ใช้ในหมวดครีมที่มีไว้สำหรับบำรุงผิวและผมซึ่งมีกลุ่มย่อยต่างๆดังนี้

2.ผลิตภัณฑ์ชนิดของแข็ง ผงแห้ง ดังเช่น แป้ง, แป้งอัดแข็ง ซึ่งจำเป็นต้องใช้เครื่องใช้ไม้สอยผสมแห้งเป็นหลัก

3.สินค้าประเภทเครื่องแต่งหน้าสีสันเพื่อตกแต่ง ได้แก่ แป้งรองพื้น, ลิป ซึ่งจะต้องใช้เครื่องใช้ไม้สอยที่ขึ้นรูป (Mold) เป็นหลัก

4.สินค้าจำพวกยาทาเล็บหรือพวกสเปรย์ต่างๆจึงควรออกแบบโรงงานซึ่งสามารถคุ้มครองปกป้องการปะทุได้ เหตุเพราะผลิตภัณฑ์กลุ่มนี้มักมีส่วนประกอบของสารระเหยที่ก่อให้เกิดการปะทุได้
ง่าย

4.ศึกษาค้นคว้า ปรับปรุง คิดค้นสูตรตำรับ

ขั้นตอนนี้แหละค่ะ สำคัญที่สุด !!! ที่ทำให้แบรนด์แต่ละแบรนด์มีราคารวมทั้งชื่อเสียงแตกต่างกัน โดยทั่วไปบริษัท โรงงานรับผลิตครีม เครื่องแต่งหน้า จะต้องมีทีมวิจัยรวมทั้งพัฒนาสูตร เรียกว่ากลุ่ม R&D (Research and Development) เพื่อปฏิบัติภารกิจสำหรับในการสร้างสรรค์รวมทั้งก่อตั้งสูตรตำรับ ที่เหมาะสมกับความจำเป็นของลูกค้า แต่ละแบรนด์ก็มีสูตรแตกต่างกันออกไป แล้วก็สูตรเหล่านี้แบรนด์ต่างๆก็จะหวงนักหวงหนา

ต้องเก็บเป็นความลับเลยค่ะ เพราะเป็นจุดขายของสินค้านั้นๆผู้ทำหน้าที่สำหรับเพื่อการคิดสูตรเครื่องแต่งตัวกลุ่มนี้ ก็ต้องมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับองค์ประกอบในสูตรว่า มีหน้าที่อะไร มีคุณสมบัติอย่างไร จำต้องใช้รูปทรงสำหรับในการผสมเท่าไร เหมาะสมกับสินค้าที่ตลาดอยากได้หรือไม่ จากนั้นก็เลยเริ่มมาทดลองทำในระดับ Lab scale รวมทั้งพัฒนาสูตรให้สมควรทั้งยังประสิทธิภาพ สี กลิ่น ก่อนที่จะเริ่มผลิตจริงค่ะ

5.แนวทางการผลิต

เมื่อคิดค้นสูตรตำรับที่สมควรรวมทั้งถึงเวลาที่จะเริ่มผลิตจริงในระดับอุตสาหกรรมแล้วละจ้ะ ซึ่งควรจะมีการควบคุมขั้นตอนการผลิตให้เป็นไปตามวิธีที่ระบุ ต้องมีการควบคุม
ตัวแปรต่างๆให้สมควร ดังเช่นว่า การปนเปื้อนของเชื้อ ความชุ่มชื้น ความคงตัว และอื่นๆอีกมากมายก่ายกอง ซึ่งการผลิตในระดับอุตสาหกรรมนั้น จะต้องอาศัยเครื่องมือ และก็เครื่องมือที่สลับซับซ้อนเยอะขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งขึ้นกับสินค้าที่พวกเราอยากได้ผลิตด้วย

6.กรรมวิธีการควบคุมประสิทธิภาพพอเพียงผลิตเสร็จ

ก่อนที่จะจำหน่ายสินค้าออกสู่ท้องตลาด พวกเราควรจะมีการควบคุมคุณภาพอยู่ตลอด ที่เรียกกันว่า QC (Quality Control) โดยควรมีการวิเคราะห์คุณสมบัติภายนอก ลักษณะทางด้านกายภาพ และก็ลักษณะทางเคมีของสินค้า เอาง่ายๆก็คือ มองประสิทธิภาพ สี กลิ่น เนื้อ ความสะอาด การปนเปื้อนของเชื้อ และก็อื่นๆอีกมากมาย เพื่อสำรวจให้มั่นใจว่าสินค้าที่พวกเราสร้างขึ้นมานั้น มีคุณสมบัติถูกต้องตามที่พวกเราปรารถนาหรือไม่ เป็นต้นว่า การผลิตครีม ก็จะต้องตรวจสอบลักษณะเนื้อครีมว่าผสมเหมาะดีหรือไม่ มีความหนืดสมควรหรือไม่ นอกจากนี้หากมีการผสมสารสำคัญ (Active Ingredient) ก็ควรจะมีการวิเคราะห์ปริมาณของสารสำคัญว่า ครบถ้วนสมบูรณ์ตามที่กำหนดไว้ไหม ฯลฯ

7.การจัดการเกี่ยวกับระบบการบรรจุอันนี้เป็นอีกสิ่งที่พวกเราไม่สามารถที่จะลืมได้ค่ะ

เนื่องจากว่าระบบการบรรจุที่ดี การล้างขวดด้วยระบบไอน้ำ การอบแห้งด้วยตู้อบระบบลมร้อน hot air oven รวมทั้งการบรรจุด้วยแนวทางที่ไม่มีเชื้อ sterile technique นับเป็นส่วนสำคัญในแนวทางการผลิตที่สำคัญขั้นตอนหนึ่ง เนื่องจากว่าทำให้ครีม เครื่องแต่งตัวไม่มีการแปดเปื้อนของเชื้อแบคทีเรีย, เชื้อรา ทำให้สามารถเก็บรักษาครีมได้อย่างมีคุณภาพรวมทั้งทำให้ครีมมีอายุการใช้แรงงานที่นานขึ้น

8.การจัดการเกี่ยวกับข้อกฎหมายข้อนี้สำคัญไม่แพ้

กรรมวิธีสร้างสรรค์ สูตรรวมทั้งศึกษาค้นคว้าเลยจ๊า เพราะเหตุว่า จะทำเครื่องสำอางมานั้น จะต้องนึกถึงผู้ใช้ด้วย ไม่ใช่คิดจะเอาแต่กำไร ขายได้อย่างเดียว ต้องมีจรรยาบรรณค่ะ ดังนั้นแนวทางการทำเครื่องสำอางจะถูกควบคุมโดยพระราชบัญญัติ เครื่องแต่งหน้า พุทธศักราช 2535 เกี่ยวกับคุณภาพของผลิตภัณฑ์ รวมทั้งพระราชบัญญัติปกป้องผู้ใช้พุทธศักราช 2522 เกี่ยวกับการโฆษณาซึ่งผู้ประกอบธุรกิจ แบรนด์ต่างๆจะต้องเรียนรู้ข้อกฎหมายอย่างถี่ถ้วนรอบคอบ ทำให้ถูกกฎหมาย จดทะเบียน สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาให้ถูกต้องสำคัญมากจ้ะ

9.การตลาดแนวทางการทำธุรกิจ

จำเป็นที่จะต้องมีตลาดรองรับซึ่งตลาดเครื่องสำอางเป็นตลาดที่กว้างใหญ่มากมายแล้วก็มีหลายระดับ ซึ่งแบรนด์ต่างๆก็จะมี Brand Positioning ของตนเอง ว่าจะเจาะกลุ่มลูกค้าระดับไหน เป็นต้นว่า จะขายลูกค้า ตลาดบน ตลาดกึ่งกลาง ตลาดด้านล่าง ขายครีมออนไลน์ ขายครีมบน Facebook IG แล้วแต่ทุน การตั้งราคา รวมทั้งความสามารถของแต่ละแบรนด์เป็นอย่างไรกันบ้างค่ะ ยากเย็นมากแค่ไหนกว่าจะได้เครื่องแต่งหน้าออกมาให้เราได้ลองซื้อทดลองใช้สักชิ้นหนึ่งแต่ละแบรนด์ก็มีสูตรแนวทางการผลิตที่แตกต่างๆกันออกไปทำให้บางครั้งราคามันมองผิดแผกแตกต่างจน ทำให้พวกเรางวยงงว่าของเหมือนกันฉันจะซื้อที่แพงๆนี้ดีไหมนะ

moonbigpapi

My Review

Review Form...

Reviews

Loading Reviews...
0 0 votes
Article Rating
Subscribe
Notify of
guest
0 Comments
Inline Feedbacks
View all comments